สรุปเนื้อหาที่ได้จากการดูวิดิทัศน์
ในวิดิทัศน์จะพูดถึงการเขียนบรรณานุกรมและหนังสืออ้างอิง ว่ามีความสำคัญอย่างไร ถ้าจะเขียนต้องทำให้ถูกต้องและชัดเจนมีแหล่งที่มาที่ชัดเจน ถูกต้องตามหลัก
บรรณานุกรม (Bibliography)
หมายถึง
รายการของทรัพยากรสารสนเทศทั้งหมดที่ผู้ทำรายงานได้ใช้ประกอบการเขียนรายงาน
ทั้งที่ปรากฏชัดเจนโดยเขียนอ้างอิงไว้ และส่วนที่ไม่ปรากฏชัดเจน
แต่อาจเป็นเพียงการรวบรวมความคิดหลาย ๆ แนว แล้วนำมาเรียบเรียงใหม่
ประโยชน์ของบรรณานุกรม
- 1. เพื่อช่วยในการหาหนังสือเล่นที่ต้องการ(Locate)
2. เพื่อช่วยในการพิสูจน์ตรวจสอบ(Identify และ Verify)
3. เพื่อช่วยในการเลือกหนังสือ(Selectiom)
ประเภทของบรรณานุกรม
การแบ่งประเภทของบรรณานุกรมตามทัศนะของ สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ แบ่งเป็นประเภทต่างๆ เฉพาะที่สำคัญต่างๆคือ
- 1. บรรณานุกรมสากล(Universal Biblographies)
2. บรรณานุกรมสิ่งพิมพ์ปัจจุบัน (Current Biblographies)
3. บรรณานุกรมสิ่งพิมพ์ที่ล่วงเวลาแล้ว (Retrospective Biblographies)
4. บรรณานุกรมแห่งชาติ (National Biblographies)
5. บรรณานุกรมเพื่อการค้า (Trade Biblographeies)
6. บรรณานุกรมที่แบ่งตามรูปแบบการเขียน (Form Biblographies)
7. บรรณานุกรมเฉพาะเรื่อง (Subject Biblographies)
8. บรรณานุกรมของผู้แต่งคนใดคนหนึ่ง (Author Biblographies)
9. บรรณานุกรมของบรรณานุกรม (Biblographies of Biblographies)
10. รายชื่อหนังสือที่ห้องสมุดได้รับ (Accession Lists)
11.รายชื่อหนังสือสำหรับอ่าน (Reading Lists)
จุดมุ่งหมายของบรรณนุกรม
1. เพื่อช่วยในการพิสูจน์และตรวจสอบ (Identification and Verifcation)
2. เพื่อช่วยบอกแหล่ง (Location)
3. เพื่อช่วยในการเลือก (Selection)
วิธีใช้บรรณานุกรม
1. พิจารณาดูว่าเรื่องที่ต้องการเป็นบรรณานุกรมทั่วไปหรือเฉพาะสาขา
2. พิจารณาดูว่าข้อเท็จจริงที่ต้องการเป็นบรรณานุกรมลักษณะใด
3. เลือกใช้บรรณานุกรมให้ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริงที่ต้องการ
ประโยชน์ของบรรณานุกรม
บรรณานุกรม
เป็นหนังสืออ้างอิงที่มีประโยชน์ ดังที่พิมลพรรณ
ประเสริฐวงษ์ แรพเพอร์ ได้เสนอแนะไว้ 3
ประการ คือ
1)
เพื่อช่วยในการหาหนังสือเล่มที่ต้องการ (Locate)
บรรณานุกรมจะเป็นเครื่องช่วยบอกให้ทราบว่าจะหาซื้อหนังสือเล่มที่ต้องการนั้นได้จากสำนักพิมพ์ใด
หรือจะยืมได้จากหอสมุด แห่งใด
(ในกรณีที่เป็นบรรณานุกรมที่ระบุแหล่งที่อยู่ของหนังสือเล่มหนึ่ง
ๆ เช่น Nation Union Catalog)
หรือช่วยให้ทราบว่าหนังสือหรือวัสดุที่เกี่ยวข้องในแขนงวิชาที่เราต้องการมีหรือไม่
กว้างขวางแค่ใด มีใครเป็นผู้แต่ง ผู้พิมพ์
พิมพ์เมื่อใด ราคาเท่าไหร่
2)
เพื่อช่วยในการพิสูจน์ตรวจสอบ (Identify และ
Verify) ว่ารายละเอียดของหนังสือเล่มหนึ่ง ๆ
ซึ่งประกอบด้วยชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียน ปีพิมพ์
สถานที่พิมพ์ จำนวนหน้า ภาพประกอบและข้อเท็จจริงอื่น
ๆ เป็นไปตามนั้นจริง ๆ
หรือทำให้ทราบแน่ชัดว่าบัดนี้ได้มีการพิมพ์หนังสือ
ชื่อนั้น ๆ ขึ้นแล้วโดยสำนักพิมพ์หนึ่ง
3)
เพื่อช่วยในการเลือกหนังสือ (Selection)
สำหรับบรรณารักษ์
บรรณานุกรมจะเป็นเครื่องมือช่วยในการคัดเลือกหนังสือที่ดีมีคุณค่าเหมาะสมกับผู้ใช้ห้องสมุด
สำหรับผู้ใช้ห้องสมุดทั่วๆไป
บรรณานุกรมจะเป็นเครื่องช่วยให้ผู้อ่านได้เลือกหนังสือที่ดี
หรือเลือกหนังสือที่เกี่ยวข้องกับแขนงวิชาที่ผู้อ่านต้องการใช้ประกอบการศึกษาค้นคว้า
ทั้งนี้เพราะบรรณานุกรมโดยทั่วไปมักจะให้คำวิจารณ์หรือให้เนื้อเรื่องเกี่ยวกับหนังสือหรือวัสดุที่ได้รวบรวมไว้อย่างย่อ
ๆ ด้วย
วิธีใช้บรรณานุกรม
1)
พิจารณาดูว่าเรื่องที่ต้องการเป็นบรรณานุกรมทั่วไปหรือเฉพาะวิชา
2)
พิจารณาดูว่าข้อเท็จจริงที่ต้องการเป็นบรรณานุกรมลักษณะใด
2.1) เป็นบรรณานุกรมอย่างเดียว
2.2) เป็นบรรณานุกรมที่มีบรรณนิทัศน์สังเขป
2.3) เป็นบรรณานุกรมและมีคำวิจารณ์ประกอบ
3)
เลือกใช้ประเภทบรรณานุกรมให้ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริงที่ต้องการ
..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/240985
ประโยชน์ของบรรณานุกรม
บรรณานุกรม
เป็นหนังสืออ้างอิงที่มีประโยชน์ ดังที่พิมลพรรณ
ประเสริฐวงษ์ แรพเพอร์ ได้เสนอแนะไว้ 3
ประการ คือ
1)
เพื่อช่วยในการหาหนังสือเล่มที่ต้องการ (Locate)
บรรณานุกรมจะเป็นเครื่องช่วยบอกให้ทราบว่าจะหาซื้อหนังสือเล่มที่ต้องการนั้นได้จากสำนักพิมพ์ใด
หรือจะยืมได้จากหอสมุด แห่งใด
(ในกรณีที่เป็นบรรณานุกรมที่ระบุแหล่งที่อยู่ของหนังสือเล่มหนึ่ง
ๆ เช่น Nation Union Catalog)
หรือช่วยให้ทราบว่าหนังสือหรือวัสดุที่เกี่ยวข้องในแขนงวิชาที่เราต้องการมีหรือไม่
กว้างขวางแค่ใด มีใครเป็นผู้แต่ง ผู้พิมพ์
พิมพ์เมื่อใด ราคาเท่าไหร่
2)
เพื่อช่วยในการพิสูจน์ตรวจสอบ (Identify และ
Verify) ว่ารายละเอียดของหนังสือเล่มหนึ่ง ๆ
ซึ่งประกอบด้วยชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียน ปีพิมพ์
สถานที่พิมพ์ จำนวนหน้า ภาพประกอบและข้อเท็จจริงอื่น
ๆ เป็นไปตามนั้นจริง ๆ
หรือทำให้ทราบแน่ชัดว่าบัดนี้ได้มีการพิมพ์หนังสือ
ชื่อนั้น ๆ ขึ้นแล้วโดยสำนักพิมพ์หนึ่ง
3)
เพื่อช่วยในการเลือกหนังสือ (Selection)
สำหรับบรรณารักษ์
บรรณานุกรมจะเป็นเครื่องมือช่วยในการคัดเลือกหนังสือที่ดีมีคุณค่าเหมาะสมกับผู้ใช้ห้องสมุด
สำหรับผู้ใช้ห้องสมุดทั่วๆไป
บรรณานุกรมจะเป็นเครื่องช่วยให้ผู้อ่านได้เลือกหนังสือที่ดี
หรือเลือกหนังสือที่เกี่ยวข้องกับแขนงวิชาที่ผู้อ่านต้องการใช้ประกอบการศึกษาค้นคว้า
ทั้งนี้เพราะบรรณานุกรมโดยทั่วไปมักจะให้คำวิจารณ์หรือให้เนื้อเรื่องเกี่ยวกับหนังสือหรือวัสดุที่ได้รวบรวมไว้อย่างย่อ
ๆ ด้วย
วิธีใช้บรรณานุกรม
1)
พิจารณาดูว่าเรื่องที่ต้องการเป็นบรรณานุกรมทั่วไปหรือเฉพาะวิชา
2)
พิจารณาดูว่าข้อเท็จจริงที่ต้องการเป็นบรรณานุกรมลักษณะใด
2.1) เป็นบรรณานุกรมอย่างเดียว
2.2) เป็นบรรณานุกรมที่มีบรรณนิทัศน์สังเขป
2.3) เป็นบรรณานุกรมและมีคำวิจารณ์ประกอบ
3)
เลือกใช้ประเภทบรรณานุกรมให้ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริงที่ต้องการ
..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/240985
ประโยชน์ของบรรณานุกรม
บรรณานุกรม
เป็นหนังสืออ้างอิงที่มีประโยชน์ ดังที่พิมลพรรณ
ประเสริฐวงษ์ แรพเพอร์ ได้เสนอแนะไว้ 3
ประการ คือ
1)
เพื่อช่วยในการหาหนังสือเล่มที่ต้องการ (Locate)
บรรณานุกรมจะเป็นเครื่องช่วยบอกให้ทราบว่าจะหาซื้อหนังสือเล่มที่ต้องการนั้นได้จากสำนักพิมพ์ใด
หรือจะยืมได้จากหอสมุด แห่งใด
(ในกรณีที่เป็นบรรณานุกรมที่ระบุแหล่งที่อยู่ของหนังสือเล่มหนึ่ง
ๆ เช่น Nation Union Catalog)
หรือช่วยให้ทราบว่าหนังสือหรือวัสดุที่เกี่ยวข้องในแขนงวิชาที่เราต้องการมีหรือไม่
กว้างขวางแค่ใด มีใครเป็นผู้แต่ง ผู้พิมพ์
พิมพ์เมื่อใด ราคาเท่าไหร่
2)
เพื่อช่วยในการพิสูจน์ตรวจสอบ (Identify และ
Verify) ว่ารายละเอียดของหนังสือเล่มหนึ่ง ๆ
ซึ่งประกอบด้วยชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียน ปีพิมพ์
สถานที่พิมพ์ จำนวนหน้า ภาพประกอบและข้อเท็จจริงอื่น
ๆ เป็นไปตามนั้นจริง ๆ
หรือทำให้ทราบแน่ชัดว่าบัดนี้ได้มีการพิมพ์หนังสือ
ชื่อนั้น ๆ ขึ้นแล้วโดยสำนักพิมพ์หนึ่ง
3)
เพื่อช่วยในการเลือกหนังสือ (Selection)
สำหรับบรรณารักษ์
บรรณานุกรมจะเป็นเครื่องมือช่วยในการคัดเลือกหนังสือที่ดีมีคุณค่าเหมาะสมกับผู้ใช้ห้องสมุด
สำหรับผู้ใช้ห้องสมุดทั่วๆไป
บรรณานุกรมจะเป็นเครื่องช่วยให้ผู้อ่านได้เลือกหนังสือที่ดี
หรือเลือกหนังสือที่เกี่ยวข้องกับแขนงวิชาที่ผู้อ่านต้องการใช้ประกอบการศึกษาค้นคว้า
ทั้งนี้เพราะบรรณานุกรมโดยทั่วไปมักจะให้คำวิจารณ์หรือให้เนื้อเรื่องเกี่ยวกับหนังสือหรือวัสดุที่ได้รวบรวมไว้อย่างย่อ
ๆ ด้วย
วิธีใช้บรรณานุกรม
1)
พิจารณาดูว่าเรื่องที่ต้องการเป็นบรรณานุกรมทั่วไปหรือเฉพาะวิชา
2)
พิจารณาดูว่าข้อเท็จจริงที่ต้องการเป็นบรรณานุกรมลักษณะใด
2.1) เป็นบรรณานุกรมอย่างเดียว
2.2) เป็นบรรณานุกรมที่มีบรรณนิทัศน์สังเขป
2.3) เป็นบรรณานุกรมและมีคำวิจารณ์ประกอบ
3)
เลือกใช้ประเภทบรรณานุกรมให้ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริงที่ต้องการ
..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/240985หนังสืออ้างอิง
หนังสืออ้างอิง หมายถึง หนังสือรวบรวมความรู้ เรื่องราว ข้อเท็จจริง ในสาขาวิชาต่างๆ เพื่อค้นหาคำตอบหรือข้อความ เฉพาะบางเรื่อง บางตอน โดยไม่ต้องอ่านทั้งเล่ม (ประทีป จรัสรุ่งรวีวร, 2535, หน้า 108) หนังสืออ้างอิงเป็นหนังสือที่มีลักษณะพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งห้องสมุดต้องจัดแยกออกจากหนังสือประเภทอื่นๆ และกำหนดสัญลักษณ์เพิ่มเติมขึ้นเหนือเลขเรียกหนังสือ โดยสัญลักษณ์ที่ใช้สำหรับหนังสืออ้างอิงภาษาไทย จะใช้อักษร อ มาจากคำว่า อ้างอิง และหนังสือภาษาต่างประเทศจะใช้อักษร R หรือ REF มาจากคำว่า Reference ซึ่งหนังสืออ้างอิงจะไม่อนุญาตให้ยืมออกจากห้องสมุดลักษณะของหนังสืออ้างอิง
ธาดาศักดิ์ วชิรปรีชาพงษ์ (2534, หน้า 278) ได้กล่าวถึงลักษณะของหนังสืออ้างอิง ดังนี้- เป็นหนังสือที่ใช้อ่านเนื้อหาเพียงบางตอน เพื่อให้ได้คำตอบที่ต้องการ
- เป็นหนังสือที่มีการจัดเรียงเนื้อหาภายในเล่มอย่างเป็นระบบเพื่อความสะดวกใน การใช้ เช่น มีการเรียงตามลำดับอักษร หรือมีการเรียงตามลำดับหมวดหมู่
- เป็นหนังสือที่มีรูปเล่มขนาดใหญ่ หรือมีความหนามากกว่าปกติ
- เป็นหนังสือชุด มีหลายเล่มจบ ถ้ายืมออกไปเล่มใดเล่มหนึ่งอาจเกิดการชำรุดเสียหาย หรือสูญหาย การซื้อมาทดแทนไม่สามารถซื้อเพียงบางเล่มได้ ต้องซื้อทั้งชุด
- เป็นหนังสือที่หายาก มีจำนวนพิมพ์จำกัด และไม่มีการพิมพ์เพิ่มเติม หรือมีภาพสำคัญๆ ที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน
- เป็นหนังสือที่มีราคาแพง หนังสืออ้างอิง เป็นหนังสือที่รวบรวมความรู้ เรื่องราว ข้อเท็จจริง ในสาขาวิชาต่างๆ เพื่อค้นหาคำตอบหรือข้อความ เฉพาะบางเรื่อง บางตอน โดยไม่ต้องอ่านทั้งเล่ม และไม่อนุญาตให้ยืมออกนอกห้องสมุด หนังสืออ้างอิงมีลักษณะการจัดเรียงเนื้อหาอย่างเป็นระบบ มีรูปเล่มขนาดใหญ่ อาจมีหลายเล่มจบ เป็นหนังสือหายาก หรือเป็นหนังสือที่มีราคาแพง หนังสืออ้างอิงเป็นแหล่งสารสนเทศที่เชื่อถือได้ สามารถค้นหาสารสนเทศได้ทุกสาขาวิชาอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังชี้แนะแหล่งสารสนเทศอื่นๆ อีก การจัดเรียงเนื้อหาของหนังสืออ้างอิงมีหลายรูปแบบ เช่น เรียงตามลำดับอักษร เรียงตามหมวดหมู่ เรียงตามลำดับเหตุการณ์หรือเวลา หรือเรียงตามลำดับลักษณะภูมิศาสตร์ ลักษณะพิเศษเพื่อช่วยค้นหาสารสนเทศจากหนังสืออ้างอิง มี 5 ลักษณะ ได้แก่ สัญลักษณ์นำเล่ม ดรรชนีหัวแม่มือ (ดรรชนีริมหน้ากระดาษ) อักษรนำหน้า ดรรชนี และส่วนโยง หนังสืออ้างอิงจำแนกได้ 2 ประเภท คือ หนังสืออ้างอิงที่ให้สารสนเทศ และหนังสืออ้างอิงที่ชี้แนะแหล่งสารสนเทศ